ประวัติ Phil Knight ผู้ก่อตั้ง Nike

หากพูดถึงแบรนด์เครื่องแต่งกายด้านกีฬา ชื่อของ Nike นั้น เป็นชื่อแรก ๆ ที่ผู้คนมักจะนึกถึงขึ้นมาแทบจะทันทีทันใด เพราะแบรนด์นี้ได้เข้าไปอยู่ในใจของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นกีฬาหรือแม้กระทั่งคนที่ชื่นชอบเรื่องเกี่ยวกับกีฬา ซึ่ง Phil Knight เองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นอดีตนักกีฬามาก่อน เขาเริ่มต้นจากการเป็นนักวิ่ง แล้วผันตัวมาทำธุรกิจนำเข้ารองเท้า และพัฒนาสู่การผลิตรองเท้าเอง หลังจากที่ Knight จบการศึกษาทางด้าน MBA Knight ได้ออกท่องเที่ยวทั่วโลกโดยได้แวะไปที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาได้มีโอกาสติดต่อกับ Onitsuka Tiger Company โรงงานผลิตรองเท้ากีฬาของญี่ปุ่น และชักชวนให้ Tiger ขยายตลาดเข้ามาในอเมริกา Knight ใช้ชื่อสินค้าว่า “Blue Ribbon Sports” หรือ BRS (ชื่อเดิมของ Nike) ในปี 1964 Knight และ Bowerman ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท BRS Inc.ขึ้น Knight มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบทางด้านการเงินและการตลาด ส่วน Bowerman จะดูแลทางด้านการพัฒนาออกแบบรองเท้ากีฬา ในปี 1970 Bowerman ได้ทดลองทำพื้นรองเท้ายางจากเครื่องอบขนมวอฟเฟิล (Waffle) ของภรรยาเขา ซึ่งทำให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางด้านดีไซน์รองเท้ากีฬาสำหรับวิ่ง ที่รูปร่างหน้าตาพื้นรองเท้าเป็นช่องลงไปอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้

slotxo

ปี 1971 Bowerman ได้จัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อว่า Nike Inc. (Nike คือเทพแห่งชัยชนะของกรีก) ในปีถัดมา BRS Inc. และ Onitsuka Tiger ได้แยกบริษัทออกจากกันอันเนื่องจากความขัดแย้งกันทางธุรกิจ และในปีเดียวกันนี้ BRS Inc. ก็ได้ออกแบรนด์ Nike ขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มนักกีฬากรีฑาสำหรับ Olympic ในปี 1981 BRS Inc. และ Nike Inc. ได้รวมบริษัทเข้าด้วยกันเป็น Nike Inc จนสามารถไต่ระดับจากแบรนด์ที่แทบไม่มีใครรู้จักเลย กลายมาเป็นแบรนด์กีฬาอันดับ 1 ของโลก ที่มีมูลค่ากว่า 29.6 พันล้านเหรียญฯ และมูลค่าของแบรนด์เป็นอับดับที่ 18 ของโลก Philip Hampson Knight เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปี 1938 ที่ประเทศอเมริกา ที่เมือง Portland รัฐ Oregon เขาเป็นลูกชายของ William W. Knight ซึ่งเป็นอดีตทนายความและผันตัวสู่การเป็นสำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์ และแม่ของเขาคือ Lota Hatfield Knight เขาเติบโตมาในหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน Portland อย่าง Eastmoreland

xoslot

และเข้าศึกษาที่โรงเรียน Cleveland Hight Schoolโดยมีเรื่องเล่าว่าในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนตอนหนึ่ง Knight ได้ขอเข้าไปทำงานที่โรงพิมพ์ของพ่อ(Oregon Journal) แต่พ่อของเขากลับปฏิเสธ เพราะต้องการที่จะให้เขานั้น ค้นหางานด้วยตนเองมากกว่าที่จะพึ่งเส้นสายของครอบครัว Knight จึงตัดสินใจไปสมัครงานกับสำนักพิมพ์คู่แข่งกับพ่อของเขาอย่าง Oregonian โดยเขาได้ทำงานกะดึก เพื่อรายงานตารางคะแนนของข่าวกีฬาในแต่ละวัน แล้วพอถึงรุ่งเช้า เขาถึงค่อยเดินทางกลับบ้านที่ห่างจากที่ทำงานประมาณ 11 กิโลเมตร (7 ไมล์)

เครดิตฟรี

หลังจาก Knight ได้เรียนจบระดับชั้นมัธยม เขาได้เข้าไปเรียนต่อที่ University of Oregon และได้มีโอกาสเป็นนักข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์มหา’ลัย อย่าง Oregon Daily Emerald

สล็อต xo